นิตยสารชีวิตต้องสู้
"นิตยสารชีวิตต้องสู้" โดยบริษัท ไลฟ์ นิวส์ จำกัด จัดประกวด "Thai Super Junior Award 2013"
ขอเชิญร่วมให้กำลังใจผู้เข้าประกวดรอบชิงชนะเลิศ
ในวันเสาร์ที่ 21 ธันนวาคม พ.ศ.2556
ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ สถาบันจัยจุฬาภรณ์
ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ชีวิตใสวัยทีน 

 
สมัคร ยกเลิก
 
คอลัมน์ “ชีวิตลูกทุ่ง” ฉบับ 658 โดย...ไชโย โฮแซว

..ชีวิตสาวท้องทุ่ง..ที่มุ่งสู่ฝัน.. 
“นาขวัญ แก้วสกล”
 ..ดาวดวงใหม่เสียงดี..การันตีคุณภาพ.. 
 
 
 
                    สาวน้อยบ้านนา แล่นถลาบ้านทุ่ง 
                เมื่อถึงเกณฑ์เข้าศึกษา ด.ญ.เอ๋ ในวัย 7 ขวบได้เข้าเรียนที่โรงเรียนบ้านหนองสนม ด้วยความที่เป็นเด็กร่าเริงและแก่นซนปนทโมน เธอจึงชอบที่จะปีนต้นไม้และตกลงมาอยู่เป็นประจำ แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยเข็ดหลาบ แถมยังเล่นสนุกตามประสาเด็กน้อยบ้านนา หาเรื่องเจ็บตัวไม่เว้นแต่ละวัน กระนั้นเธอก็ยังชื่นชอบผูกพันกับวิถีชีวิตในชนบทที่เรียบง่าย โดยเฉพาะกับการต้อนวัวต้อนควายไปเลี้ยงในช่วงวันหยุดและปิดเทอม
 
                    “นาขวัญ แก้วสกล” เล่าถึงความผูกพันกับท้องทุ่งให้ “ชีวิตต้องสู้” ฟังว่า “หนูชอบวิถีชีวิตแบบอีสานมากๆ วันหยุดก็จะเลี้ยงวัวเลี้ยงควายกับปู่ พวกเราจะห่อข้าวเหนียวกับตำปลาร้าไป ส่วนกับข้าวจะไปหาเอาข้างหน้า หนูชอบลงเล่นน้ำ จับปลา หายิงกะปอม ตอนที่อยู่กับปู่และย่าถือว่าเป็นช่วงที่ได้ใช้ชีวิตแบบลูกทุ่งเต็มที่เลย และการที่พ่อกับแม่ต้องออกไปทำงานอยู่ต่างหมู่บ้านไกลๆ เราเป็นพี่คนโตต้องคอยดูแลน้อง ทั้งทำงานบ้านหุงหาอาหาร เลี้ยงไก่ พ่อจะให้เงินไว้ 60 บาทต้องใช้ให้พอทั้งอาทิตย์”
 
                จากสาวสตริงสู่..สิงห์ส้มตำ 
                    “นาขวัญ แก้วสกล” พูดถึงการประชันลูกคอครั้งแรกว่า “ตอนแรกหนูก็เหมือนเด็กทั่วไปที่ชอบฟังเพลงสตริง ก็ร้องเพลง..หยุดตรงนี้ที่เธอ..ของพี่ฟอร์ด แต่ครูให้เปลี่ยนมาร้องเพลง “ฮักอ้ายโดนแล้ว” ของพี่จอย ศิริลักษณ์ แล้วก็ไปชนะระดับตำบลได้เข้าไปแข่งระดับอำเภอ แต่ก็ยังเป็นหน้าใหม่ พอไปเจอคนที่เขาแข็งกว่าเลยแพ้ แล้วก็จะเป็นแบบนี้ไปจนจบ ป.6 สรุปหนูไม่เคยเข้าไปถึงระดับจังหวัดสักที เพลงที่ใช้ร้องประกวดในช่วงนั้นจะเป็น “ส้มตำ” ของแม่ผึ้ง พุ่มพวงค่ะ”
 
                ร้องเพลง-จัดรายการวิทยุหาเลี้ยงตัวเอง
                    “นาขวัญ แก้วสกล” คลุกคลีอยู่กับการประกวดวงดนตรีของโรงเรียน และเก็บออมเงินที่ได้จากงานว่าจ้างอย่างรู้ค่า ต่อมาเธอก็ถูกเพื่อนชักชวนให้ไปร่วมจัดรายการวิทยุคู่กันแม้จะเป็นงานฟรีไม่มีเงิน แต่พอย้ายมาจัดรายการอีกสถานีก็เริ่มมีผู้สนับสนุนจึงมีรายได้เข้ามา หญิงสาวชื่นชอบการจัดรายการวิทยุ เพราะทำให้มีรายได้โดยที่ไม่ต้องรบกวนพ่อและแม่ที่ต่างต้องทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน
 
                นักจัดรายการเสียงเสนาะ เท้าความให้ฟังว่า “ช่วงนั้นนาขวัญเริ่มดูแลตัวเองแล้ว เพราะบ้านเรามีแต่รายจ่าย ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าข้าว ค่าผ่อนรถมอเตอร์ไซค์ ที่พ่อซื้อมาขับวินรับส่งทั้งวันกว่าจะกลับเข้าบ้านก็ดึกดื่นมืดค่ำ ส่วนแม่ก็รับงานแกะตลับเครื่องสำอางมาจากโรงงานเพราะอยากได้ยอดเยอะๆ บางวันก็เอากลับมาทำที่บ้านวันละหลายร้อยชิ้น หนูเห็นแม่นั่งแงะ นั่งแกะทั้งคืนจนนิ้วคล้ำดำแล้วก็ลอก สงสารแม่มากหนูเลยเอาเงินที่ได้จากการจัดรายการมาช่วยจ่ายค่าเช่าบ้าน พยายามไม่สร้างภาระเพิ่ม”
 
                ในช่วงท้ายของชีวิตนักเรียนมัธยม “นาขวัญ” มีโอกาสได้ไปประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง “รายการแชมป์เยาวชน” จัดโดยช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ ทีวี แม้จะไปได้ไม่ไกลแต่นั่นก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้อยู่บนเวทีในฐานะนักร้องนำของวง เวทีต่อมาของสาวน้อยนั้นก็คือ “ยามาฮ่าลูกทุ่งคอนเทสต์” ซึ่งคราวนี้เธอขึ้นไปวาดลวดลายบนเวทีในฐานะ..หางเครื่อง.?
 
                    ฝันอยากเรียนสูงๆ แต่ไม่มีทุน 
                นักร้องสาวคนยาก เผยความรู้สึกถึงเรื่องนี้ว่า “ตอนที่พ่อขอให้หยุดเรียน หนูรู้สึกว่าทำไมเด็กคนอื่นที่ต่อให้บ้านมีเงินแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่อยากเรียนก็บังคับไม่ได้ ส่วนเราอยากเรียนใจจะขาด อยากจบปริญญาแต่ก็ไม่มีเงิน แต่ก็หาทางออกจนได้มาเรียนสาขาการตลาดที่วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร หนูต้องเก็บของเข้ามาพักอยู่กับอาในตัวเมืองสกลนคร แล้วก็ช่วยทำงานบ้าน ซักผ้า ล้างจาน หุงข้าว ทำอาหาร รวมถึงช่วยงานเดินระบบไฟฟ้า ช่วงนี้จะมีไปประกวดร้องเพลงบ้างประปราย”
ด้วยความสามารถอันโดดเด่นทั้งร้องทั้งเต้น หรือจะจัดรายการก็ทำได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน “นาขวัญ” จึงถูกผลักดันจากเพื่อนที่ภูมิใจนำเสนอชื่อเธอกับครูอยู่เสมอ แม้ว่าทางวิทยาลัยเทคนิคสกลนครจะไม่ได้เน้นทำวงดนตรี แต่เธอก็ยังมีรายได้จากการร้องเพลงร่วมกับวงดนตรีรับจ้าง และกู้เงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) มาเป็นค่าเล่าเรียน ต่อมานาขวัญได้เป็นตัวแทนไปประกวดพิธีกรคู่ประกอบเพลงในงานแข่งขันทักษะวิชาการอาชีวศึกษาภาคอีสาน ซึ่งเธอมีดีพอที่จะสามารถฝ่าด่าน 18 อรหันต์ และคว้าแชมป์ประจำปีนั้นมาครองได้อย่างสวยงาม
 
                    เสียงดี มีคนฟัง ดังถึงค่ายเพลง 
                    “นาขวัญ แก้วสกล” เล่าถึงจุดพลิกผันของเธอว่า “อาจารย์ภู ศรีวิไล ศิลปินและนักแต่งเพลงได้ไปร่วมงานในครั้งนั้นด้วย แล้วก็ได้ฟังเสียงของเรา จึงเข้ามาถามว่าอยากเป็นนักร้องจริงหรือเปล่า หนูดีใจจนเนื้อเต้นเพราะฝันมาตั้งแต่เด็กแล้ว หลังจากนั้นก็มีโอกาสไปร้องเพลงโชว์ในงานต่างๆ อยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาก็พาไปรู้จักกับ “นายห้างสมภพ มั่นคง” จึงได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดมาเดอร์ร่าร์ เอนเตอร์เทนเมนท์ เมื่อเดือนธันวาคม 2554”
 
                    ทางที่ต้องเลือก “ลูกทุ่ง” หรือ จะมุ่งเรียน
                    “นาขวัญ แก้วสกล” เล่าว่า “หลังเรียนจบ ปวส. หนูก็ดิ้นรนไปสมัครเรียนต่อที่ราชภัฏสกลนคร ทางต้นสังกัดก็กลัวว่าเราจะไม่ไหว เพราะต้องเดินสายโปรโมตผลงานตามสถานีวิทยุและงานโชว์ตัวต่างๆ แต่ก็ยังดื้ออยู่ ขอกับทางนายห้างว่าเราสู้ได้ ขอแค่ให้ได้เรียน เพราะหนูฝันว่าอยากเรียนจบปริญญา ช่วงนั้นนั่งรถ บขส.ไปกลับจนชิน แต่ก็มีปัญหาอีกเพราะเราต้องวิ่งรอกทำงานจนกระทบเรื่องเรียน ซึ่งบางวิชาจะไม่เข้าเรียนก็ไม่ได้ สุดท้ายจึงขอพักงานแล้วเลือกเรียนก่อน”
 
                    “นาขวัญ แก้วสกล” บอกว่าทั้งการเป็นศิลปินและการเรียนต่างก็เป็นความฝันที่เธออยากทำให้สำเร็จ แต่เมื่อไม่สามารถทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปได้ เธอจึงเลือกที่จะเดินบนเส้นทางศิลปิน เพราะอาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายในชีวิต และไม่อยากทำให้แฟนเพลงที่ให้โอกาสศิลปินหน้าใหม่อย่างเธอต้องผิดหวัง นักร้องสาวบ้านนาเก็บกระเป๋ามุ่งหน้าสู่เมืองฟ้าอมรเพื่อลุยผลิตผลงานเพลงลูกทุ่งอย่างเต็มตัว
 
                    วันนี้ที่รอคอย..กับผลงานแจ้งเกิด 
                ในที่สุด “นาขวัญ แก้วสกล” ก็สามารถพาเพลงลูกทุ่งกรุ่นไอดินกลิ่นอีสานเข้าไปนั่งในใจคนฟังได้สำเร็จ วัดได้จากการขอกระแสตามสถานีวิทยุ หรือแม้แต่บนสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ความโดดเด่นของน้ำเสียงหวานซึ้งผนวกกับแนวดนตรีสำเนียงเสียงอีสานส่งอานิสงส์ให้เธอเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้าย ศิลปินดาวดวงใหม่ลูกทุ่งฝ่ายหญิงของ “คม ชัด ลึก อวอร์ด” ครั้งที่ 10 อีกด้วย แม้จะไม่ได้ขึ้นไปรับรางวัลบนเวที แต่นั่นย่อมการันตีถึงความสามารถและคุณภาพของนักร้องน้องใหม่คนนี้ได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด “นาขวัญ แก้วสกล” จวนจะพร้อมแล้วกับผลงานเพลงอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตคือ “คนดีที่คิดถึง” ที่ได้ครูเพลงอย่าง “อาจารย์ไพรัตน์ ชูรัตน์” ซึ่งดูแลมาตั้งแต่สองเพลงแจ้งเกิดมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ ร่วมด้วย “ภู ศรีวิไล” “น้อย นพเก้า” “บ่าวข้าวเหนียว” และทีมงานมือเก๋าร่วมผนึกกำลังอยู่เบื้องหลัง ซึ่งขณะนี้บันทึกเสียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนของการมิกซ์เสียง ก็จะคลอดออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันเร็วๆ นี้แน่นอน รวมถึงมิวสิควิดีโอตัวเต็มด้วย
 
                ลูกทุ่งสาวดาวสกล ฝากฝังผลงานทิ้งท้ายว่า “นาขวัญ แก้วสกล นักร้องน้องใหม่ค่ายมาเดอร์ร่าร์ ขอฝากตัวกับพี่น้องแฟนเพลงทุกท่านให้ช่วยเป็นกำลังใจให้ศิลปินสู้ชีวิตอีกสักคนนะคะ และขอฝากอัลบั้มชุด “คนดีที่คิดถึง” ไว้ในอ้อมใจทุกคนด้วยค่ะ”
 
                เจ้าตัวยังฝากบอกว่ากำลังบันทึกเสียง ถ้าใครรอไม่ไหวก็สามารถฟังเพลงของเธอได้ทางยูทูป หรือดาวน์โหลดเสียงเพลงรอสายได้ที่ *1238107 ทุกเครือข่าย ติดตามข่าวสารงานแสดงของเธอได้ที่เฟซบุ๊คพิมพ์คำว่า “นาขวัญ แก้วสกลคลับ” หรือจะเข้าไปฟังเพลงที่เว็บไซต์ต้นสังกัด www.marderrar.com ก็ได้ไม่ว่ากัน..!!

นิตยสารชีวิตต้องสู้
สนับสนุน...คนสู้ชีวิต
ก้าวสู่ปีที่ 22
นิตยสารชีวิตต้องสู้
ฉบับที่ 666
ประจำเดือนธันวาคม 2556
********************